วันศุกร์, 14 ธันวาคม 2561

ประวัติความเป็นมา

โรงเรียนวัดรัตนาราม (ธรรมรักขิตประชานุกูล) ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2482
ตรงกับวันจันทร์ แรม 12 ค่ำ เดือน 6 ปีเถาะ มีชื่อแรกตั้งว่า โรงเรียนประชาบาลตำบลเลม็ด 2 (วัดแก้ว)
โดยความคิดริเริ่มของขุนอารีราชการันต์ นายอำเภอไชยา กับนายพูล ศรีสุวรรณ ธรรมการอำเภอไชยา
โดยได้ขอร้องพระอธิการยัง ธรรมนนโท เจ้าอาวาสวัดแก้ว นายพรม คชเวช นายวงษ์ จันทร์เพชร นายพร้อม ศึกเสือ นายเคว็ด จำเนียร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3,8,9 และ 10 ตำบลเลม็ด ได้ช่วยจัดหาอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่จำเป็นในการเรียนการสอน โดยได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านในหมู่บ้านที่กล่าวถึงเป็นอย่างดี เปิดทำการสอนวันแรกมีครู 2 คน คือนายเนื่อม ไชยดิษฐ์ (ป.ป.) และนายเอื้อน จรูญฉาย (ม.2) มีนักเรียน 18 คน เป็นชาย 6 คน หญิง 12 คน ทั้งนี้ได้อาศัยศาลาการเปรียญของวัดแก้วเป็นสถานที่เรียน การเปิดเรียนในครั้งแรกมีวัตถุประสงค์เพื่อเกณฑ์นักเรียนที่ตกค้างและมีบ้านใกล้เคียงกับโรงเรียน ให้ได้เข้าเรียน นักเรียนจึงมีอายุแตกต่างกันมากโรงเรียนเปิดทำการสอนได้ 12 วัน ทางราชการได้มีคำสั่งเปลี่ยนชื่อจากโรงเรียนประชาบาล ตำบลเลม็ด 2 (วัดแก้ว) เป็นโรงเรียนประชาบาลตำบล เลม็ด 1 (วัดแก้ว) ต่อมาทางวัดได้เปลี่ยนชื่อใหม่จากวัดแก้ว เป็นวัดรัตนาราม ทางราชการจึงได้เปลี่ยนชื่อจากโรงเรียนประชาบาลตำบลเลม็ด 1 (วัดแก้ว) เป็นโรงเรียนประชาบาลตำบลเลม็ด 1 (วัดรัตนาราม) เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2485

ในปี พ.ศ. 2495 พระอธิการพวง ธรรมรักขิตโต เจ้าอาวาส เห็นว่าศาลาการเปรียญมีความแออัดและชำรุด จึงได้ขอความร่วมมือจากผู้ปกครองและราษฎรในท้องถิ่นสละทรัพย์และแรงงานจัดสร้างอาคารเรียนถาวรขึ้น 1 หลัง โดยแยกออกจากบริเวณวัดไปในทุ่งนา ด้านทิศตะวันออก อาคารมีขนาดกว้าง 9 เมตร ยาว 24 เมตร เป็นอาคารไม้ใต้ถุนสูง ในเนื้อที่ 2 ไร่ 94 ตารางวา เริ่มลงมือก่อสร้างในวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2495 และทำการต่อเติมชั้นล่างเป็นห้องเรียน ในการนี้ได้รับความช่วยเหลือจากนายรุ่น ลอยเกตุ นำนักเรียนผู้ใหญ่ไปตัดไม้ด้วย เริ่มเปิดใช้อาคารเรียนหลังนี้ เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2496
วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2498 ทางราชการได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนประชาบาลตำบล เลม็ด 1 (วัดรัตนาราม) เป็นโรงเรียนวัดรัตนาราม (ธรรมรักขิตประชานุกูล)
ปีการศึกษา 2518 โรงเรียนได้ขอขยายชั้นเรียนจากเดิมซึ่งเปิดสอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 4 เป็นชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 โดยขยายปีละ 1 ชั้นเรียนในขณะนั้น นายวิเชียร ฤทธิเดช ได้ดำรงตำแหน่งครูใหญ่ และได้เกษียณอายุราชการเมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2523 และทางราชการได้แต่งตั้งนายสุวัฒน์ วัฒนปราโมทย์ มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่แทน
ปีการศึกษา 2527 เด็กหญิงปกรณ์พรรณ เผือกสวัสดิ์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้รับทุนพระราชทาน
ปีงบประมาณ 2528 โรงเรียนได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียน แบบ สปช. 105/26 จำนวน 4 ห้องเรียนเป็นเงิน 800,000 บาท ทำการสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2528เปิดใช้อาคารเรียนเมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2529
ปีการศึกษา 2530 เด็กหญิงสุดา หนูแก้ว นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สอบชิงทุนพระราชทานได้อันดับที่ 1
ปี พ.ศ. 2538 โรงเรียนได้จัดชุมนุมศิษย์เก่าเพื่อหาเงินสร้างห้องประชุม ขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 30 เมตร โดยใช้วัสดุส่วนหนึ่งที่เหลือจากการรื้อถอนอาคารเรียน คิดเป็นงบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 300,000 บาท ในการดำเนินการครั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากนายเสนอ มีศิลป์และญาติบริจาคเงินจำนวน 200,000 บาท
วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2538 นายสุวัฒน์ วัฒนปราโมทย์ อาจารย์ใหญ่ได้เกษียณ
อายุราชการ ทางราชการได้แต่งตั้งนายพรศักดิ์ อ่ำใหญ่ มาดำรงตำแหน่งแทนเมื่อ วันที่ 5 กุมภาพันธ์
พ.ศ. 2539
ปีการศึกษา 2540 โรงเรียนได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารห้องสมุด ขนาดกว้าง 6 เมตร
ยาว 15 เมตร โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากผู้มีจิตศรัทธาและงบประมาณที่เหลือจากการสร้างหอประชุม ทั้งนี้ เป็นเพียงการก่อสร้างโครงสร้างของอาคารเท่านั้น เนื่องจากมีงบประมาณจำกัด
ปี พ.ศ. 2542 โรงเรียนมีอายุครบ 60 ปีของการก่อตั้งโรงเรียนผู้บริหารโรงเรียนจึงหารือร่วมกับคณะครู คณะกรรมการโรงเรียน เพื่อจัดงานทำบุญครบรอบ 60 ปี และทอดผ้าป่าการศึกษา เพื่อหารายได้ดำเนินการก่อสร้างห้องสมุดที่ยังค้างอยู่ โดยได้จัดงานทำบุญและทอดผ้าป่าการศึกษา เมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2542 โดยมีนายจำนง ชมภูพล อดีตรองผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และอดีตศิษย์เก่าโรงเรียนวัดรัตนาราม เป็นประธาน ในการนี้ได้รับความร่วมมือจากบรรดาศิษย์เก่าและผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงิน รวมทั้งสิ้น 370,585.50 บาท (สามแสนเจ็ดหมื่นห้าร้อยแปดสิบห้าบาทห้าสิบสตางค์) เนื่องจากปีนี้เป็นปีมหามงคล ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุครบ 72 พรรษา โรงเรียนจึงหวังที่จะสร้างอาคารห้องสมุดเพื่อเฉลิมพระเกียตริและเป็นที่ระลึกในโอกาสครบ 60 ปี

การก่อสร้างโรงเรียน เนื่องจากมีงบประมาณเพียงพอ จึงได้ต่อเติมอาคารอีก 1 ห้อง เพื่อจัดเป็นพิพิธภัณฑ์การศึกษา สำหรับรวบรวมสิ่งของเครื่องใช้เก่าแก่ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน ไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาในอนาคต การก่อสร้างอาคารได้สำเร็จสามารถใช้การได้เมื่อวันที 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 และได้ทำพิธีเปิดอาคารอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2543 โดยได้กราบเรียนเชิญเลขาธิการคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ดร.กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เป็นประธานแต่เนื่องจากท่านติดราชการ จึงได้มอบหมายให้นายสุนันท์ เทพศรี ผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานีมาเป็นประธานแทน
ปลายปีการศึกษา 2544 โรงเรียนและกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานได้ร่วมวางแผนจัดหาสื่อที่เป็นเทคโนโลยีทางการศึกษาคือคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในการเรียนการสอนเนื่องจากมองเห็นว่ามีความสำคัญและความจำเป็นต่อการเรียนรู้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยจัดเลี้ยงน้ำชา กาแฟ และ ขอบริจาคเครื่องคอมพิวเตอร์จากบรรดาศิษย์เก่าและผู้มีจิตศรัทธา รวมทั้งสิ้น 12 เครื่อง โดยได้ทำการติดตั้งเสร็จเรียบร้อยเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2545
วันที่ 29 สิงหาคม 2545 สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีคำสั่งเลื่อนและแต่งตั้งนายพรศักดิ์ อ่ำใหญ่ ผู้บริหารโรงเรียนจากตำแหน่งเดิมคืออาจารย์ใหญ่ เป็นตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนตามเกณฑ์คุณภาพสถานศึกษา นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2544
ปลายปีการศึกษา 2550 โรงเรียนได้ต่อเติมอาคารอเนกประสงค์เพื่อใช้เป็นห้องเก็บวัสดุอุปกรณ์การสอน ขนาด 5 -/- 8 เมตร และปูพื้นคอนกรีตสำเร็จรูป บริเวณหน้าอาคารเรียน คิดเป็นพื้นที่ 220 ตารางเมตร
เมษายน 2551 โรงเรียนดำเนินการปรับปรุงห้องประชุมโดยก่ออิฐฉาบปูน ปูกระเบื้อง และก่อสร้างห้องวิทยาศาสตร์ โดยผู้ปกครองสนับสนุนงบประมาณและใช้เงินรายได้สถานศึกษา
เมษายน 2553 โรงเรียนได้ซ่อมแซมปรับปรุงอาคารเรียนโดยการปูกระเบื้องห้องเรียนทั้งหมด และต่อเติมอาคารด้านหน้าอาคารเรียน โดยการสนับสนุนงบประมาณจากผู้ปกครอง เงินอุดหนุน และ เงินรายได้สถานศึกษา
26 มิถุนายน 2554 โรงเรียนร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษา ศิษย์เก่า ผู้ปกครองและชุมชนกิจกรรมระดมทุนเพื่อซื้อที่ดิน ได้รับเงินบริจาครวมทั้งสิ้น 1,800,000.- บาท ได้นำเงินซื้อที่ดินจำนวน 1ไร่ 1 งาน 31 ตารางวา ราคา 600,000.- บาท ใช้ในการปรับถมที่ดิน จำนวน 200,000.- บาท เงินที่เหลือสมทบการเงินรายได้สถานศึกษา ดำเนินการก่อสร้างอาคารสำนักงาน เป็นอาคาร 2 ชั้น ทั้งนี้ นายณรงค์ เสมียนเพชร ได้สนับสนุนการต่อเติมอาคารชั้นล่างเพื่อใช้เป็นศูนย์การเรียน มูลค่าการก่อสร้างคิดเป็นเงินประมาณ 1,500,000.- บาท ได้ทำพิธีมอบอาคาร เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2555
ปีงบประมาณ 2557 โรงเรียนได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ เป็นโครงสร้างหลังคาเหล็ก กว้าง 14 เมตร ยาว 37 เมตร ด้วยงบประมาณ เงินรายได้สถานศึกษาและเงินบริจาค รวมค่าก่อสร้าง 650,000 บาท
ปีงบประมาณ 2558 โรงเรียนได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนแบบ สปช.105/29 2 ชั้น 4 ห้องเรียน เนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างอาคารเรียนไม่เพียง จึงได้รับการสนับสนุนที่ดินจากนายประยูร ยังสกุล ข้าราชการครูบำนาญ คิดเป็นพื้นที่โดยประมาณ 80 ตารางวา เมื่อการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วได้ดำเนินการต่อเติมอาคารเรียนชั้นล่าง 2 ห้องเรียน เพื่อเป็นห้องวิทยาศาสตร์ และดำเนินการปูพื้นกระเบื้องเต็มพื้นที่
ด้วยงบประมาณบริจาค ค่าดำเนินการต่อเติมประมาณ 3 แสนบาทเศษ และในปีนี้ได้รับงบประมาณก่อสร้างส้วมหญิง 6 ที่นั่ง
ปีงบประมาณ 2559 โรงเรียนได้รับจัดสรรงบประมาณก่อสร้างลานกีฬาอเนกประสงค์ พื้นที่ 450 ตารางเมตร
ปีงบประมาณ 2560 โรงเรียนได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ เพื่อคลุมพื้นที่ลานกีฬาอเนกประสงค์ ซึ่งสามารถใช้พื้นที่เพื่อให้เกิดประโยชน์มากขึ้นด้วยงบประมาณ 600,000 บาทโรงเรียนวัดรัตนาราม (ธรรมรักขิตประชานุกูล) ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2482
ตรงกับวันจันทร์ แรม 12 ค่ำ เดือน 6 ปีเถาะ มีชื่อแรกตั้งว่า โรงเรียนประชาบาลตำบลเลม็ด 2 (วัดแก้ว)
โดยความคิดริเริ่มของขุนอารีราชการันต์ นายอำเภอไชยา กับนายพูล ศรีสุวรรณ ธรรมการอำเภอไชยา
โดยได้ขอร้องพระอธิการยัง ธรรมนนโท เจ้าอาวาสวัดแก้ว นายพรม คชเวช นายวงษ์ จันทร์เพชร นายพร้อม ศึกเสือ นายเคว็ด จำเนียร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3,8,9 และ 10 ตำบลเลม็ด ได้ช่วยจัดหาอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่จำเป็นในการเรียนการสอน โดยได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านในหมู่บ้านที่กล่าวถึงเป็นอย่างดี เปิดทำการสอนวันแรกมีครู 2 คน คือนายเนื่อม ไชยดิษฐ์ (ป.ป.) และนายเอื้อน จรูญฉาย (ม.2) มีนักเรียน 18 คน เป็นชาย 6 คน หญิง 12 คน ทั้งนี้ได้อาศัยศาลาการเปรียญของวัดแก้วเป็นสถานที่เรียน การเปิดเรียนในครั้งแรกมีวัตถุประสงค์เพื่อเกณฑ์นักเรียนที่ตกค้างและมีบ้านใกล้เคียงกับโรงเรียน ให้ได้เข้าเรียน นักเรียนจึงมีอายุแตกต่างกันมากโรงเรียนเปิดทำการสอนได้ 12 วัน ทางราชการได้มีคำสั่งเปลี่ยนชื่อจากโรงเรียนประชาบาล ตำบลเลม็ด 2 (วัดแก้ว) เป็นโรงเรียนประชาบาลตำบล เลม็ด 1 (วัดแก้ว) ต่อมาทางวัดได้เปลี่ยนชื่อใหม่จากวัดแก้ว เป็นวัดรัตนาราม ทางราชการจึงได้เปลี่ยนชื่อจากโรงเรียนประชาบาลตำบลเลม็ด 1 (วัดแก้ว) เป็นโรงเรียนประชาบาลตำบลเลม็ด 1 (วัดรัตนาราม) เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2485

ในปี พ.ศ. 2495 พระอธิการพวง ธรรมรักขิตโต เจ้าอาวาส เห็นว่าศาลาการเปรียญมีความแออัดและชำรุด จึงได้ขอความร่วมมือจากผู้ปกครองและราษฎรในท้องถิ่นสละทรัพย์และแรงงานจัดสร้างอาคารเรียนถาวรขึ้น 1 หลัง โดยแยกออกจากบริเวณวัดไปในทุ่งนา ด้านทิศตะวันออก อาคารมีขนาดกว้าง 9 เมตร ยาว 24 เมตร เป็นอาคารไม้ใต้ถุนสูง ในเนื้อที่ 2 ไร่ 94 ตารางวา เริ่มลงมือก่อสร้างในวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2495 และทำการต่อเติมชั้นล่างเป็นห้องเรียน ในการนี้ได้รับความช่วยเหลือจากนายรุ่น ลอยเกตุ นำนักเรียนผู้ใหญ่ไปตัดไม้ด้วย เริ่มเปิดใช้อาคารเรียนหลังนี้ เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2496
วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2498 ทางราชการได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนประชาบาลตำบล เลม็ด 1 (วัดรัตนาราม) เป็นโรงเรียนวัดรัตนาราม (ธรรมรักขิตประชานุกูล)
ปีการศึกษา 2518 โรงเรียนได้ขอขยายชั้นเรียนจากเดิมซึ่งเปิดสอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 4 เป็นชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 โดยขยายปีละ 1 ชั้นเรียนในขณะนั้น นายวิเชียร ฤทธิเดช ได้ดำรงตำแหน่งครูใหญ่ และได้เกษียณอายุราชการเมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2523 และทางราชการได้แต่งตั้งนายสุวัฒน์ วัฒนปราโมทย์ มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่แทน
ปีการศึกษา 2527 เด็กหญิงปกรณ์พรรณ เผือกสวัสดิ์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้รับทุนพระราชทาน
ปีงบประมาณ 2528 โรงเรียนได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียน แบบ สปช. 105/26 จำนวน 4 ห้องเรียนเป็นเงิน 800,000 บาท ทำการสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2528เปิดใช้อาคารเรียนเมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2529
ปีการศึกษา 2530 เด็กหญิงสุดา หนูแก้ว นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สอบชิงทุนพระราชทานได้อันดับที่ 1
ปี พ.ศ. 2538 โรงเรียนได้จัดชุมนุมศิษย์เก่าเพื่อหาเงินสร้างห้องประชุม ขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 30 เมตร โดยใช้วัสดุส่วนหนึ่งที่เหลือจากการรื้อถอนอาคารเรียน คิดเป็นงบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 300,000 บาท ในการดำเนินการครั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากนายเสนอ มีศิลป์และญาติบริจาคเงินจำนวน 200,000 บาท
วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2538 นายสุวัฒน์ วัฒนปราโมทย์ อาจารย์ใหญ่ได้เกษียณ
อายุราชการ ทางราชการได้แต่งตั้งนายพรศักดิ์ อ่ำใหญ่ มาดำรงตำแหน่งแทนเมื่อ วันที่ 5 กุมภาพันธ์
พ.ศ. 2539
ปีการศึกษา 2540 โรงเรียนได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารห้องสมุด ขนาดกว้าง 6 เมตร
ยาว 15 เมตร โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากผู้มีจิตศรัทธาและงบประมาณที่เหลือจากการสร้างหอประชุม ทั้งนี้ เป็นเพียงการก่อสร้างโครงสร้างของอาคารเท่านั้น เนื่องจากมีงบประมาณจำกัด
ปี พ.ศ. 2542 โรงเรียนมีอายุครบ 60 ปีของการก่อตั้งโรงเรียนผู้บริหารโรงเรียนจึงหารือร่วมกับคณะครู คณะกรรมการโรงเรียน เพื่อจัดงานทำบุญครบรอบ 60 ปี และทอดผ้าป่าการศึกษา เพื่อหารายได้ดำเนินการก่อสร้างห้องสมุดที่ยังค้างอยู่ โดยได้จัดงานทำบุญและทอดผ้าป่าการศึกษา เมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2542 โดยมีนายจำนง ชมภูพล อดีตรองผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และอดีตศิษย์เก่าโรงเรียนวัดรัตนาราม เป็นประธาน ในการนี้ได้รับความร่วมมือจากบรรดาศิษย์เก่าและผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงิน รวมทั้งสิ้น 370,585.50 บาท (สามแสนเจ็ดหมื่นห้าร้อยแปดสิบห้าบาทห้าสิบสตางค์) เนื่องจากปีนี้เป็นปีมหามงคล ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุครบ 72 พรรษา โรงเรียนจึงหวังที่จะสร้างอาคารห้องสมุดเพื่อเฉลิมพระเกียตริและเป็นที่ระลึกในโอกาสครบ 60 ปี

การก่อสร้างโรงเรียน เนื่องจากมีงบประมาณเพียงพอ จึงได้ต่อเติมอาคารอีก 1 ห้อง เพื่อจัดเป็นพิพิธภัณฑ์การศึกษา สำหรับรวบรวมสิ่งของเครื่องใช้เก่าแก่ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน ไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาในอนาคต การก่อสร้างอาคารได้สำเร็จสามารถใช้การได้เมื่อวันที 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 และได้ทำพิธีเปิดอาคารอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2543 โดยได้กราบเรียนเชิญเลขาธิการคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ดร.กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เป็นประธานแต่เนื่องจากท่านติดราชการ จึงได้มอบหมายให้นายสุนันท์ เทพศรี ผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานีมาเป็นประธานแทน
ปลายปีการศึกษา 2544 โรงเรียนและกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานได้ร่วมวางแผนจัดหาสื่อที่เป็นเทคโนโลยีทางการศึกษาคือคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในการเรียนการสอนเนื่องจากมองเห็นว่ามีความสำคัญและความจำเป็นต่อการเรียนรู้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยจัดเลี้ยงน้ำชา กาแฟ และ ขอบริจาคเครื่องคอมพิวเตอร์จากบรรดาศิษย์เก่าและผู้มีจิตศรัทธา รวมทั้งสิ้น 12 เครื่อง โดยได้ทำการติดตั้งเสร็จเรียบร้อยเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2545
วันที่ 29 สิงหาคม 2545 สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีคำสั่งเลื่อนและแต่งตั้งนายพรศักดิ์ อ่ำใหญ่ ผู้บริหารโรงเรียนจากตำแหน่งเดิมคืออาจารย์ใหญ่ เป็นตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนตามเกณฑ์คุณภาพสถานศึกษา นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2544
ปลายปีการศึกษา 2550 โรงเรียนได้ต่อเติมอาคารอเนกประสงค์เพื่อใช้เป็นห้องเก็บวัสดุอุปกรณ์การสอน ขนาด 5 -/- 8 เมตร และปูพื้นคอนกรีตสำเร็จรูป บริเวณหน้าอาคารเรียน คิดเป็นพื้นที่ 220 ตารางเมตร
เมษายน 2551 โรงเรียนดำเนินการปรับปรุงห้องประชุมโดยก่ออิฐฉาบปูน ปูกระเบื้อง และก่อสร้างห้องวิทยาศาสตร์ โดยผู้ปกครองสนับสนุนงบประมาณและใช้เงินรายได้สถานศึกษา
เมษายน 2553 โรงเรียนได้ซ่อมแซมปรับปรุงอาคารเรียนโดยการปูกระเบื้องห้องเรียนทั้งหมด และต่อเติมอาคารด้านหน้าอาคารเรียน โดยการสนับสนุนงบประมาณจากผู้ปกครอง เงินอุดหนุน และ เงินรายได้สถานศึกษา
26 มิถุนายน 2554 โรงเรียนร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษา ศิษย์เก่า ผู้ปกครองและชุมชนกิจกรรมระดมทุนเพื่อซื้อที่ดิน ได้รับเงินบริจาครวมทั้งสิ้น 1,800,000.- บาท ได้นำเงินซื้อที่ดินจำนวน 1ไร่ 1 งาน 31 ตารางวา ราคา 600,000.- บาท ใช้ในการปรับถมที่ดิน จำนวน 200,000.- บาท เงินที่เหลือสมทบการเงินรายได้สถานศึกษา ดำเนินการก่อสร้างอาคารสำนักงาน เป็นอาคาร 2 ชั้น ทั้งนี้ นายณรงค์ เสมียนเพชร ได้สนับสนุนการต่อเติมอาคารชั้นล่างเพื่อใช้เป็นศูนย์การเรียน มูลค่าการก่อสร้างคิดเป็นเงินประมาณ 1,500,000.- บาท ได้ทำพิธีมอบอาคาร เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2555
ปีงบประมาณ 2557 โรงเรียนได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ เป็นโครงสร้างหลังคาเหล็ก กว้าง 14 เมตร ยาว 37 เมตร ด้วยงบประมาณ เงินรายได้สถานศึกษาและเงินบริจาค รวมค่าก่อสร้าง 650,000 บาท
ปีงบประมาณ 2558 โรงเรียนได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนแบบ สปช.105/29 2 ชั้น 4 ห้องเรียน เนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างอาคารเรียนไม่เพียง จึงได้รับการสนับสนุนที่ดินจากนายประยูร ยังสกุล ข้าราชการครูบำนาญ คิดเป็นพื้นที่โดยประมาณ 80 ตารางวา เมื่อการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วได้ดำเนินการต่อเติมอาคารเรียนชั้นล่าง 2 ห้องเรียน เพื่อเป็นห้องวิทยาศาสตร์ และดำเนินการปูพื้นกระเบื้องเต็มพื้นที่
ด้วยงบประมาณบริจาค ค่าดำเนินการต่อเติมประมาณ 3 แสนบาทเศษ และในปีนี้ได้รับงบประมาณก่อสร้างส้วมหญิง 6 ที่นั่ง
ปีงบประมาณ 2559 โรงเรียนได้รับจัดสรรงบประมาณก่อสร้างลานกีฬาอเนกประสงค์ พื้นที่ 450 ตารางเมตร
ปีงบประมาณ 2560 โรงเรียนได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ เพื่อคลุมพื้นที่ลานกีฬาอเนกประสงค์ ซึ่งสามารถใช้พื้นที่เพื่อให้เกิดประโยชน์มากขึ้นด้วยงบประมาณ 600,000 บาท